ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ:

อย่าลืมคอมเม้นท์กันด้วยนะจ้ะ

หน้าเว็บ

WELCOME TO IMAGINE-OF-LIFE

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โลกแห่งจินตนาการ #1 เปิดประตูสู่โลกของบลัดดี้ แมร์รี่



ตำนานผีสาวในกระจก บลัดดี้ แมร์รี่ 

    สวัสดีค่ะ ! วันนี้ เราจะมาเข้าสู้เรื่อง เปิดโลกจินตนาการกันนะค้ะ เปิดตำนานแรก ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเธอคือ "บลัดดี้ แมร์รี่" ตำนานผีสาวในกระจกนั่นเองค่ะ หลายๆคนคงรู้จักกันแล้ว แต่เราจะมาเจาะลึกข้อมูลให้มากกว่านั้นอีกค่ะ > <


Bloody marry คือ ? 
    บลัดดี้แมร์รี่ เป็นตำนานผีสาวในกระจก ของประเทศอังกฤษค่ะ  ซึ่งจะปรากฏตัวให้เห็นก็ต่อเมื่อมีคนเรียกชื่อ หลังจากนี้ เราก็จะมาดูวิธีเรียกเธอออกมานะค้ะ 


วิธีเรียกบลัดดี้ แมร์รี่
      ก่อนอื่นเลยค่ะ สิ่งสำคัญคือ สถานที่ ที่เราจะเรียกเธอให้ปรากฎออกมา จะต้องมี "กระจก" นั่นเองค่ะ ทีนี้เรามาดูวิธีเรียกกันนะค้ะ
1) ยืนหน้ากระจกในเวลาเที่ยงคืนตรง
2) ให้เรียกชื่อ "บลัดดี้ แมร์รี่" เป็นจำนวน 13 ครั้ง เริ่มแรก ให้เรียกชื่อเธอเบาๆ แต่หลังจากนั้น ก็ค่อยๆดังขึ้น

ผลหลังจากที่เรียกให้เธอออกมา
    หลังจากที่วิญญาณปรากฎแล้ว บางที่ก็บอกว่าจะฆ่าคนเรียกให้ตาย ทำให้เป็นบ้าควักลูกตา ข่วนหน้าแหก ฯลฯ บางที่บอกว่าพอออกมาแล้วก็จะพาคนเรียกเข้ากระจกไปอยู่ด้วยกันด้วย แต่หากใครที่เห็นเธอปรากฎขึ้นมาในกระจกแต่ไม่ถูกทำร้ายในตอนนั้น  แล้วคิดว่าตนเองโชคดีก็ขอให้เข้าใจกำลังเป็นผู้โชคร้ายอย่างสุดๆ แล้ว เพราะนับตั้งแต่วันนั้นเธอจะตามหลอกหลอนผู้เคราะห์ร้ายรายนั้นทุกครั้งที่ส่องกระจกไปจนกว่าเขาหรือเธอคนนั้นจะตาย แต่บางกลุ่มที่เชื่อกันว่าหาก Bloody Mary ปรากฎตัว  เราจะสามารถขอเธอคุยกับผู้เสียชีวิตไปแล้วได้  จนถึงเวลาเที่ยงคืน 1 นาที เธอและผู้เสียชีวิตที่ถูกเรียกมาจะหายไปจากกระจก ในอีกบางความเชื่อก็บอกว่าเมื่อเธอปรากฎตัวอย่าตกใจ  แต่ขึ้นให้เพ่งมองไปที่ตัวเธอแล้วจะได้เห็นภาพของชีวิตในอนาคต  หน้าตาคู่ครองรวมถึงหน้าตาของลูกหลานแทน  แต่หากภาพที่เห็นเป็นภาพของซากศพ  ก็ให้เข้าใจได้เลยว่า "ตายก่อนได้แต่งหรืออาจจะไม่ได้แต่งเลยชาตินี้... " อันนี้ผู้เล่าเค้าเขียนเพิ่มเติมว่ามีคนรู้จัก ของเค้าเคยลองจริงๆแล้ววิ่ง ร้องออกมา จากห้องน้ำใครถามก็ไม่ยอมบอก แต่คนที่เห้นบอกว่าที่นิ้วของเค้ามีเลือดติดเต็มเลย การค้นคว้าเรื่องนี้กล่าวว่า คนที่เรียกแมรี่จะเป็นเด็กผู้หญิง แต่เด็กผู้ชายก็มีบ้างเหมือนกัน บลัดดี้แมรี่เป็นตำนานพื้นบ้านที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เป็นพิธีที่มักทำเล่นกันในห้องน้ำ เพราะว่าห้องน้ำในชานเมือง เพราะสมัยก่อนมักจะติดกระจกใหญ่ๆไว้แล้วก็ไม่ทำหน้าต่าง เวลาปิดไฟห้องเลยมืด

(ขอบคุณข้อมูลจาก Dek-d.com) 

ทีนี้เรามาดูตำนานของเธอกันบ้างดีกว่า ว่าเธอเป็นใคร และมาจากไหน ?  





     



















เธอคือ "สมเด็จพระราชินีนาถแมรี่ ที่1 แห่งอังกฤษ" !! (ข้อมูลจาก วิกิพิเดีย)
สมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษ ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ สมเด็จพระราชินีนาถแห่งไอร์แลนด์ สมเด็จพระราชินีแห่งอรากอน คาสตีลและเนเปิล และสมเด็จพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2096 จนกระทั่งสิ้นพระชนม์
สมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 4 ในราชวงศ์ทิวดอร์ เป็นผู้ซึ่งฟื้นฟูศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกในอังกฤษ พระนางได้ดำเนินการเผาเหล่าบุคคลต่างศาสนา ต่างนิกายกว่า 300 คนทั้งเป็น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อว่า แมรีบ้าเลือด หรือ แมรีผู้กระหายเลือด (Bloody Mary) 
สมเด็จพระราชินีนาถแมรีทรงเป็นธิดาของ สมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 กับ พระมเหสีองค์แรกคือสมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน แห่งอรากอน พระองค์มีพระกนิษฐาที่สิ้นพระชนม์แต่แรกเกิดและพระเชษฐา 3 พระองค์ที่สิ้นพระชนม์ตั้งแต่อายุยังน้อย รวมทั้งดยุกเฮนรีแห่งคอร์นวอร์ ทางพระมารดาของพระองค์ พระองค์เป็นพระนัดดาในพระเจ้าเฟรนานโดที่ 2 แห่งอารากอน กับ สมเด็จพระราชินีอิซาเบลลาที่ 1 แห่งคาสตีล พระนางประสูติที่พระราชวังพลาเซนเทียใน กรีนิช กรุงลอนดอนเมื่อวันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2059 และเข้าพิธีศีลจุ่มในวันพฤหัสบดี กับ พระคาร์ดินัล โธมัส วอลซี เจ้าหญิงแมรีประชวรอยู่เสมอ ความสามารถในการมองเห็นไม่ค่อยดี เป็นไซนัสอักเสบ และมักจะปวดพระเศียรอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม แมรีเป็นเด็กที่มีความสามารถมากกว่าเด็กวัยเดียวกัน การศึกษาความสามรถต่างๆพระองค์ทรงได้มาจากพระมารดาของพระองค์ แมรีได้ทรงศึกษาภาษากรีก วิทยาศาสตร์และดนตรีด้วย ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2064 มีพระชนมายุ 5 ชันษา พระองค์ได้ต้อนรับแขกต่างเมืองด้วยการแสดงเล่นเวอร์จินนอล พระเจ้าเฮนรีได้โอ้อวดในแขกผู้มาเยี่ยมว่า "เด็กหญิงผู้ไม่เคยร้องไห้"
โดยตลอดในวัยเด็กพระเจ้าเฮนรีมักจะหาคู่สมรสให้โดยตลอด เมื่อพระนางมีพระชนมายุ 2 ชันษา พระนางต้องสัญญาว่าจะอภิเสกสมรสกับ เจ้าชายดูรฟิน ฟรานซิส ซึ่งเป็นโอรสของ พระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 แห่งฝรั่งเศส แต่ 3 ปีผ่านไปข้อตกลงต้องเป็นอันยกเลิก

เจ้าหญิงแมรี่ในค.ศ. 1544
ขณะที่การครองคู่ของพระบิดาและพระมารดาเริ่มไม่ค่อยดี เพราะสมเด็จพระราชินีแคทเธอรีนมิได้ทรงประสูติพระโอรสตามที่พระเจ้าเฮนรี่ทรงปรารถนา พระเจ้าเฮนรี่พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้การอภิเษกสมรสของพระองค์กับพระนางแคทเธอรีนเป็นอันโมฆะ แต่ต้องผิดหวังเพราะสมเด็จพระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 7 ไม่ยินยอม การตัดสินใจของสันตะปาปาถูกบีบบังคับด้วยอำนาจของจักรพรรดิชารล์ที่ 5 แมรีนั้นแต่เดิมนั้นได้หมั้นกับหลานของพระมารดาของพระนาง พระเจ้าเฮนรีได้เรียกร้องว่า การอภิเษกสมรสของพระองค์กับพระนางแคทเธอรีนนั้นไม่บริสุทธิ์ เพราะพระนางเคยอภิเษกสมรสมาก่อนแล้ว แม้ว่าทั้งคู่ทรงอภิเษกสมรสกันอย่างสมบูรณ์ ในพ.ศ. 2076พระเจ้าเฮนรี่ได้ทรงอภิเษกสมรสอย่างลับๆกับสมเด็จพระราชินีแอนน์ โบลีน หลังจากนั้นไม่นานโธมัส เครนเมอร์ อาร์คบิชอปแห่งเคนเตอร์เบอร์รี่ ได้ประกาศว่าการอภิเษกกับ สมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน แห่งอรากอนถือเป็นอันโมฆะ และการอภิเษกสมรสกับ สมเด็จพระราชินีแอนน์ โบลีนถือเป็นอันถูกต้อง พระเจ้าเฮนรี่ประกาศไม่ขึ้นตรงต่อสันตะปาปาแห่งโรมันคาทอลิก และประกาศตนเป็นหัวหน้าแห่งโบสถ์แห่งอังกฤษ ทำให้พระนางแคทเธอรีนต้องถูกถอดยศจากสมเด็จพระราชินีและลดชั้นกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ที่เป็นหม้าย เจ้าหญิงแมรี่ได้กลายเป็นบุตรนอกสมรส ตำแหน่งของพระนางต้องถูกรับช่วงต่อโดย เจ้าหญิงเอลิซาเบธซึ่งต่อมาคือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษและเป็นธิดาในสมเด็จพระราชินีแอนน์ โบลีน เจ้าหญิงแมรี่จึงกลายเป็น เลดี้ แมรี่
เลดี้ แมรี่ถูกขับไล่ออกจากราชวงศ์ ทำให้เธอต้องมาคอยรับใช้เจ้าหญิงเอลิซาเบธ พระนางไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบพระมารดาอีกและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีฝังศพพระมารดาใน พ.ศ. 2079 พระนางแอนน์ โบลีนพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้พระเจ้าเฮนรียอมรับให้ผู้ทรงปัญญามีอำนาจในการปกครองโบสถ์แห่งอังกฤษ โดยปฏิเสธคนจากสันตะปาปาและยอมรับว่าการสมรสของบิดา มารดาของพระนางเป็นอันผิดกฎหมาย
เลดี้ แมรี่คาดว่าปัญหาทุกอย่างจะจบลงเมื่อสมเด็จพระราชินีแอนน์ โบลีนถูกถอนยศและถูกประหารชีวิตใน พ.ศ. 2079 และเจ้าหญิงเอลิซาเบธถูกลดชั้นมาเป็นเลดี้ เอลิซาเบธเช่นเดียวกับพระนางและถูกตัดออกจากการสืบสันติวงศ์ หลังจากพระนางแอนน์ โบลีนถูกประหารไปเพียง 2 สัปดาห์ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ได้อภิเษกสมรสใหม่กับสมเด็จพระราชินีเจน เซมัวร์ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์หลังจากให้กำเนิดโอรส ผู้ซึ่งต่อมาคือซึ่งก็คือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 แห่งอังกฤษ เลดี้ แมรี่ต้องกลายเป็นแม่อุปถัมภ์ให้แก่พระอนุชา และเป็นผู้ที่โศกเศร้ามากที่สุดในวันฝังพระศพสมเด็จพระราชินีเจน เซมัวร์ ต่อมาพระเจ้าเฮนรียินยอมให้พระนางเข้ามาอาศัยในพระราชวังหลวงได้
ในปี พ.ศ. 2086 พระเจ้าเฮนรีได้อภิเษกสมรสกับพระมเหสีองค์ที่ 6 และเป็นองค์สุดท้าย คือ สมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน พารร์ ปีต่อมา พระเจ้าเฮนรีได้ให้เลดี้ แมรี่ และ เลดี้ เอลิซาเบธกลับคืนสู่ราชวงศ์ อย่างไรก็ตามทั้งสองพระองค์ก็ยังเป็นลูกนอกสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ในปี พ.ศ. 2090 พระเจ้าเฮนรีที่ 8 สวรรคต เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดได้สืบราชบัลลังก์ต่อจากพระบิดา

สามารถอ่านประวัติเพิ่มเติมได้ที่ >>> Wikipidea << 
คลิกเลยย !! . ถ้าสนใจเปิดโลกกว้างไปกับบลัดดี้แมร์รี่ >///< 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อนนน ! โลกแห่งจินตนาการ #2 จะเป็นเรื่องอะไร อย่าลืมตืดตามชมกันนะค้ะ ^^








ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการที่พิสูจน์ไม่ได้ Imagine-of-life.blogspot.com จัดทำโดย ด.ญ.สุภัชชา กำเนิดงาม